ความเร็วขับเคลื่อน
1-10 กม./ชม. ล้อยาง 500-10
ทั้ง 4 เส้น
ควบคุมการขับเคลื่อนด้วยระบบไฮดรอลิค
แปรงกวาดหมุนด้วยไฮดรอลิคมอเตอร์
ยกแปรงกวาดขึ้น
ลงด้วยระบบไฮดรอลิค แนวกวาดกว้าง 135 ซม.
สามารถกวาดได้
6,500 ต.ม. / ช.ม. ช่องปากดูดใบไม้ ยาว 60
ซม.
สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญแจสวิทไฟฟ้า
แบตเตอรี่ 12 โวล์ท 50 แอมป์
เหมาะสำหรับกวาดและดูดใบไม้ที่ร่วงหล่นตามริมทาง
ในสวนสาธารณะ สนามหญ้า และยังใช้ดูดเก็บเศษหญ้าสั้นๆ
บนสนามหญ้าที่รถตัดหญ้าตัดทิ้งได้อีก สามารถดัดแปลงให้ดูดเก็บเมล็ดพืช
เช่นข้าวเปลือก ข้าวโพด เมล็ดถั่วต่างๆ บนลานตากแห้งใส่กระสอบได้
ลักษณะตัวรถเป็นแบบนั่งขับ
4 ล้อ ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า หักเลี้ยวกลางตัว สามารถใช้งานในที่แคบได้
หรือจะใช้เป็นแบบเดินตามก็ได้ เพียงดึงสลักเลี้ยวกลางตัวรถออก เพื่อแยกชุดนั่ง 2
ล้อหลังออกเท่านั้น มีช่องดูดใบไม้และแปรงกวาดอยู่ใต้ท้องรถ
ใช้พัดลมแบบเยื้องศูนย์กลางให้แรงลมสูง สามารถดูดเศษใบไม้ เศษหญ้าผ่านใบพัดลม
ส่งออกไปยังที่ถังไซโคลน ซึ่งถังไซโคลนทำหน้าที่ลดกระแสลมให้อ่อนกำลังลง
ทำให้เศษใบไม้ร่วงหล่นลงปล่องไซโคลนด้านล่าง ซึ่งมีกระสอบรองรับอยู่
จะใช้กระสอบปุ๋ยหรือกระสอบข้าวสารก็ได้ ส่วนลมที่เหลือจะพ่นออกปล่องไซโคลนด้านบน
เมื่อเศษใบไม้เต็มกระสอบก็ถอดออก ผูกปากให้แน่นวางไว้ข้างทางตามเก็บภายหลัง
นำกระสอบใบใหม่ใส่แทนได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งรถไปเทเศษใบไม้ทิ้ง
การใช้งานและบำรุงรักษาง่าย ผลิตในประเทศไทย อะไหล่หาซื้อได้ภายในประเทศ
ราคาประหยัด รับประกันการเสียหายอันเกิดจากการใช้งานปกติ 1 ปี
รายละเอียด
ขนาดตัวรถกว้าง
110 ยาว 250 สูง 140 ซม. เครื่องยนต์เบนซิน
6 แรงม้า
ความเร็วขับเคลื่อน
3.5 กม./ชม. ล้อยาง 500-10
ทั้ง 4 เส้น
ช่องปากดูดใบไม้ยาว
60 ซม.
สามารถดูดเก็บใบไม้ได้ 2000 ต.ม./ช.ม.
แปรงกวาดปรับสูงต่ำได้
แนวกวาดกว้าง 60 ซม.

3.กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ระบบไฮดรอลิคใช้พลังงานแบตเตอรี่
สวนผลไม้ในปัจจุบัน
หลังเก็บเกี่ยวผลไม้จะต้องตัดแต่งกิ่งเดิมออกเพื่อให้แตกกิ่งใหม่สำหรับออกดอกออกผลในฤดูกาลต่อไป
จากเดิมใช้มีดฟันหรือใช้กรรไกรแบบต่อด้าม ซึ่งต้องออกแรงมาก
ทำให้ผู้ปฎิบัติงานเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า
การใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้แบบใช้แรงอัดลมหรือใช้ระบบไฮดรอลิคที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปต้องอาศัยต้นกำลังจากเครื่องยนต์หมุมฉุดปั้มลมหรือฉุดปั๊มไฮดรอลิค
ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
และเครื่องยนต์ยังมีเสียงดัง มีมลพิษจากท่อไอเสีย
สิ่งประดิษฐ์ประหยัดพลังานนี้
เป็นเครื่องมือตัดแต่งกิ่งไม้
ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิคโดยใช้พลังงานแบตเตอรี่ขนาด 50 แอม์ป
มีมอเตอร์กระแสตรง 12 โวล์ท
เป็นต้นกำลังขับไฮดรอลิคปั๊มส่งแรงดันน้ำมันไปกระบอกสูบไฮดรอลิคดึงปากกรรไกรที่อยู่ด้านปลายสุดของด้ามให้งับเข้าหากัน
ตัวกรรไกรยาว 2.5 เมตร
สามารถตัดกิ่งไม้ทุกชนิดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 45
มม.ที่ด้ามกรรไกรจะมีสวิทเปิด-ปิดไฟฟ้าให้มอเตอร์ทำงาน
ถ้าหากต้องการตัดกิ่งไม้เพียงกดปุ่มสวิทเบาๆเท่านั้น
ปากกรรไกรจะงับเข้าทันที ตัดกิ่งไม้ขาดด้วยเวลาเพียง 1 วินาทีเท่านั้น
ถ้าหากไม่กดสวิทก็จะไม่กินกระแสไฟฟ้า
จะกินกระแสไฟฟ้าเฉพาะวินาทีที่ตัดกิ่งไม้เท่านั้น ซึ่งระหยัดไฟมาก
สามารถตัดกิ่งไม่ได้ครั้งละไม่น้อยกว่า 800 กิ่ง ต่อการชาร์จไฟแบตเตอรี่ 1
ครั้ง สิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้าในการชาร์จแบตเตอรี่ครั้งละไม่เกิน 2 บาท
เท่านั้น เป็นการประหยัดเวลาและแรงงาน ช่วยลดต้นทุนของเกษตรกร ใช้งานง่าย
ชุดไฮดรอลิคปั้มมีล้อเข็นไปที่ต่างๆได้ สามารถลากสายเดิน ตัดรอบต้นไม้ได้ 5
เมตร

สามารถตัดกิ่งปาล์มน้ำมันที่ความสูง
3-6 เมตร ด้ามกรรไกรอลูมิเนียมยาว 3 เมตร
ปากกรรไกรลักษณะเป็นเคียวตัดกิ่งปาล์ม
ทำจากเหล็กกล้าอย่างดี สามารถตัดกิ่งปาล์มที่มีขนาดกว้าง 20 ซม.
ตัดกิ่งปาล์มขาดภายใน 5 วินาที ตัวด้ามกรรไกรน้ำหนัก 6.2 กก.
ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิค ใช้พลังงานแบตเตอรี่ 12 โวล์ท 50 แอมป์
ใช้มอเตอร์ DC
12
โวล์ท หมุนขับปั้มไฮดรอลิค ควบคุมการทำงานด้วยสวิทไฟฟ้า เพียงใช้นิ้วมือกด
สวิทไฟฟ้าที่ด้ามกรรไกรเบาๆ
ก็จะจ่ายกระแสไฟฟ้าไปที่มอเตอร์หมุนขับปั้มไฮดรอลิคส่งน้ำมันแรงดังสูงผ่านสายไฮดรอลิค
ไปยังกระบอกไฮดรอลิคที่ด้ามกรรไกร
ดึงผ่านแกนเหล็กทำหน้าที่ดึงปากกรรไกรงับกิ่งปาล์มขาดทันที
สิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้าเฉพาะเวลากด สวิทไฟฟ้าขณะตัดกิ่งปาล์มเท่านั้น ถ้าไม่กดสวิทก็จะไม่กินกระแสไฟฟ้า
ทำให้ประหยัดพลังงานมาก สามารถตัดกิ่งปาล์มได้ไม่น้อยกว่า 500
กิ่งต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง
5.กรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ระบบลมอัดรุ่น
214
สวนผลไม้หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว
จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่งรับแสงแดด
การตัดแต่งกิ่งส่วนมากใช้กรรไกรแบบมือบีบ
ซึ่งต้องใช้กำลังจากกล้ามเนื้อแขนและมือ
ทำให้เมื่อยล้า
เป็นเหตุให้ผลงานล้าช้า สิ้นเปลืองค่าแรงงาน
กรรไกรระบบลมอัด
เป็นกรรไกรที่ใช้ลมที่มีแรงดัน 8 บาร์ จากปั๊มลมดันลูกสูบของ
กระบอกลมอัดกระแทกให้ปากกรรไกรตัดกิ่งไม้
ทำให้รอยตัดของกิ่งไม้เรียบ ไม่มีรอยแตกช้ำ
3.
ปั๊มลม 2 สูบ พร้อมถังเก็บลมติดตั้งบนรถเข็นและวาล์วควบคุม
แรงดันลม
อุปกรณ์ดักน้ำและจ่ายน้ำมันหล่อลื่นกระบอกลม
4.
สายลมขนาด 8 มม. ยาว 30 เมตร

6.เครื่องย่อยกิ่งไม้
เครื่องย่อยกิ่งไม้
ป้อนด้วยระบบไฮดรอลิค ประกอบด้วยลูกตีย่อยกิ่งไม้ ใบมีดใช้ เหล็กกล้าชุบแข็งพิเศษ 3
ใบตัด สามารถย่อยกิ่งไม้ขนาดผ่าศูนย์กลาง 1 –
16 ซม.
ลูกป้อนดึงกิ่งไม้มีลักษณะฟันเฟืองเลื่อน ขึ้น –
ลง อัตโนมัติตามขนาดความโตของกิ่งไม้
งับและดึงกิ่งไม้เข้าตีย่อยเองอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอด้วยแรงขับหมุนของมอเตอร์ไฮดรอลิค
เศษไม้ที่ย่อยออกมาจะป่นละเอียดสม่ำเสมอ มีขนาดความหนา 0.5 –
2 ซม.
การป้อนกิ่งไม้ด้วยมอเตอร์ไฮดรอลิคหมุนขับลูกป้อน
สามารถควบคุมการป้อนด้วยคันโยกวาล์วที่ปากช่องป้อนกิ่งไม้ โดยการผลักดันคันโยกเบาๆ เครื่องก็จะทำงานตามต้องการ
เมื่อผลักคันโยกเข้ากิ่งไม้จะเลื่อนเข้า เมื่อผลักคันโยกมาที่กึ่งกลาง กิ่งไม้จะหยุดไม่เลื่อนเข้า เมื่อผลักคันโยกออก
กิ่งไม้จะเลื่อนออก ทำให้ผู้ควบคุมทำงานได้เบาแรง
และไม่อันตรายขณะป้อนกิ่งไม้
ต่างกับเครื่องย่อยทั่วไปซึ่งผู้ควบคุม ต้องใช้มือดันกิ่งไม้เข้า
ไปในเครื่องย่อยกิ่งไม้
ซึ่งเป็นอันตราย และ ใช้แรงมาก เศษไม้ที่ย่อยออกมาไม่สม่ำเสมอ
ทำให้หนักแรงเครื่องกว่ามาก
ข้อดีของหัวพ่น
เศษไม้ที่พ่นออกมา จากหัวพ่นยังสามารถหันออกด้านหน้าและด้านข้างได้
ที่หัวพ่นยังมีอุปกรณ์ เสริมให้สามารถพ่นเศษไม้ ลงกระสอบได้ การเคลื่อนย้ายสะดวกมีหัวลากจูง
พร้อมขาหยั่ง
n
ขนาดตัวเครื่อง
กว้าง 116 ซม. ยาว 360 ซม. (เมื่อเปิดฝาท้ายยาว
445 ซม.) สูง 197 ซม.
(วัดที่ปลายหัวพ่น)
n
ลูกตีย่อยกิ่งไม้
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50
ซม. กว้าง 27 ซม.แนวนอน 3
ใบมีด
n
ช่องป้อนกิ่งไม้ มีขนาด กว้างไม่น้อยกว่า 27
ซม.และสูงไม่น้อย 27 ซม.
n
เครื่องยนต์ดีเซลไม่น้อยกว่า 36 แรงม้า
ระบายความร้อนด้วยน้ำ
n
มีหัวจูงลากเคลื่อนที่พร้อมขาหยั่งหน้า
ขนาดล้อยาง 560
–
13 ทั้ง 2 เส้น
n
สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยกุญจสวิทไฟฟ้า 12 โวล์ท
พร้อมระบบชาร์จไฟ
n
ระบบป้อนกิ่งไม้ควบคุมด้วยคันโยกคอลโทรลวาล์วไฮดรอลิค
สามารถดึงกิ่งไม้เข้า-ออกและหยุดป้อนได้ทันที
n
ความเร็วลูกย่อยกิ่งไม้ 1,800 รอบ/นาที
n
ชุดป้อนกิ่งไม้
ใช้มอเตอร์ไฮดรอลิคหมุนขับลูกป้อน
n
ความเร็วป้อนกิ่งไม้ 25 เมตร/นาที
n
ย่อยกิ่งไม้ได้ตั้งแต่ขนาดผ่าศูนย์กลาง
2 ซม.- 16
ซม.

โต๊ะปรับระดับยกด้วยระบบไฮดรอลิค
ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนขับไฮดรอลิคปั๊ม
ควบคุมการเลื่อนโต๊ะขึ้น-ลงด้วยสวิทไฟฟ้า
สวิทไฟฟ้าติดตั้งบนคอกกระเช้าของโต๊ะปรับ
ระดับ
สามารถเข็นย้ายได้
รายละเอียด
1
. ขนาดกว้าง 90 ซม. ยาว 185 ซม. สูง 110 ซม.
(ขณะโต๊ะลดตัวต่ำสุด )
2
. รับน้ำหนักได้ 500
กก.
สามารถยกสูงสุดที่พื้นโต๊ะ 470 ซม.
3
. ต้นกำลังใช้มอเตอร์ไฟฟ้า
220 โวล์ท 2 สาย 2
แรงม้า
4
. มีสวิทไฟฟ้าควบคุม 2 ชุด
1.ชุดควบคุมการเปิด-ปิดไฟฟ้า
2. ชุดควบคุมการยกโต๊ะขึ้น-ลง
5
.
เบเกอร์สวิทสำหรับตัดไฟที่ตู้คอนโทรลด้านล่างของโต๊ะปรับระดับ
6
.
วาล์วมือโยกติดตั้งในตู้คอนโทรล
สำหรับโยกปล่อยน้ำมันกลับถังในกรณีที่ขณะทำงานเกิด
ไฟฟ้าดับ
สามารถโยกวาล์วให้โต๊ะเลื่อนลงเองได้
7
.
วาล์วควบคุมการไหลของน้ำมันไฮดรอลิค
สามารถปรับความเร็วการเลื่อนลงของโต๊ะได้
8
.
วาล์วควบคุมแรงดันของน้ำมัน และเกจวัดแรงดันน้ำมัน
ติดตั้งภายในตู้คอนโทรล
9.
ควบคุมกระบอกสูบไฮดรอลิคให้ยกโต๊ะขึ้น-ลงด้วยโซลินอยด์วาล์ว
10.มีขาหยั่งพร้อมเกลียวปรับระดับที่ปลายขาหยั่งทั้ง
4 ด้าน เพื่อป้องกันโต๊ะล้มขณะยกขึ้นสูง
11.ล้อเหล็กขนาด 8 นิ้ว หุ้มโพลียูลีเทล ทั้ง 4 ล้อ
12.หัวจูงเมื่อดึงสลักตัวกลางออกใช้ลากจูงและหันเลี้ยว
เมื่อพับเก็บและร้อยสลักก็จะ
เป็นบันไดสำหรับปีนขึ้น-ลงกระเช้า

9.รถไถนานั่งขับ 4 ล้อ รุ่น323
เป็นรถไถนานั่งขับแบบขับเคลื่อนล้อหน้า หักเลี้ยวกลางตัว
ไถนาได้ทั้งนาดำในน้ำ นาหว่านบนดินแห้งแข็ง มี 2
หัวไถจะเป็นไถจานหรือไถหัวหมูก็ใช้ได้ มีคันกระดกยกหัวไถ
สามารถปรับระดับให้ไถดินลึกหรือดินตื้นได้ มีเกียร์เดินหน้า 2 เกียร์
ถอยหลัง 1 เกียร์ ฟันเฟืองทุกตัวใช้เหล็กกล้าอย่างดี
ชุบแข็งพิเศษสามารถรับงานหนักได้ดี ไม่สึกหลอง่ายรับประกันคุณภาพ 1
ปี
ประสิทธิภาพ นอกจากไถนายังใช้ติดคราดทำเทือกนาดำ
เกลี่ยหน้าดินให้เรียบ ติดขลุบตีเทือกย่ำตอซังในนาปรัง
ติดเทเลอร์เพื่อขนถ่ายพืชผลในไร่นาได้คล่องตัวกว่ารถแบบอื่น
เป็นรถที่ออกแบบโครงสร้างให้มีความแข็งแรงใช้งานทรหดได้ดีเยี่ยม
รายละเอียด
ความเร็วรถ
เกียร์ 1
8.5
กม/ชม
เกียร์ 2
15.3
กม/ชม
เกียร์ถอยหลัง
10.4
กม/ชม
ล้อยางหน้า
825 –
20
ล้อยางหลัง
650 –
16
ระบบห้ามล้อ
ดรัมเบรค
เครื่องยนต์ ดีเซล
10-13
แรงม้า
ความกว้างรอยไถ
50 ซม.
น้ำหนักรถ  700 กก.

10. เสียมตัดปาล์มน้ำมันระบบสปริง
ใช้แรงอัดของสปริงที่ขดอยู่ในกระบอกผ่านกลไกรที่กำหนดไว้ เมื่อใช้แรงกดที่กำหนดจะดีดตัวออกกระแทกแกนเสียมทำให้เกิดแรงตัดเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปผู้ตัดกระแทกเสียมไปที่ขั้วปาล์มหากไม่ขาดจะต้องกระแทกใหม่อีกครั้งซึ่งจะไม่ตรงตำแหน่งเดิม ทำให้เกิดรอยแผลที่ขั้วปาล์มเป็นรอยช้ำ แต่ระบบสปริงเพียงผู้ตัดกระแทกเสียมไปที่ขั้วปาล์ม หากไม่ขาดให้กดที่ด้ามเสียมดันสปริงให้ดีดตัวอีก 1หรือ 2 ครั้ง ขั้วปาล์มจะขาดทันที ซึ่ง ไม่ทำให้เกิดรอยแผลแทงซ้ำที่ขั้วปาล์ม ทำให้ปลอดภัยจากเชื้อโรคเข้าทำลายต้นปาล์ม
รายละเอียด
ด้ามเสียมท่ออลูมิเนียมยาว 200 ซม.
กล่องกลไกรสปริงยาว 34 ซม.
หัวเสียมทำจากเหล็กแหนบ ยาว 18 ซม.
ปากเสียมกว้าง 11.5 ซม.
ตัวเสียมรวมด้ามยาวทั้งหมด 280 ซม.
น้ำหนัก 5.0 กก.โดยประมาณ
